จันทร์, กันยายน 22, 2014
   
Text Size

ค้นหา

‘กีรออาตี’ จากอินโดนีเซียมาสู่ด้ามขวานทอง

     การเรียนการสอนในแบบกีรออาตีคืออะไร หลายคนคงสงสัย !

     กีรออาตีเป็นระบบการเรียนการสอนทักษะการอ่านอัล-กุรอานแบบใหม่  สมัยก่อนจะเป็นระบบการสอน “บัฆดาดี” หลักสูตรนี้จะเน้นการท่องจำ พบว่าเด็กที่เรียนในหลักสูตรนี้มักจะเรียนแล้วลืม ไม่รู้จักพยัญชนะ
  
     ผู้คิดค้นหลักสูตรกีรออาตี คือ  อุสตาซฮัจยีดะฮฺลัน  ซัรการซี  (Ustaz Haji Dahlan Salim Zarkasyi) ชาวเมืองสามารัง  อินโดนีเซีย  ท่านเริ่มสนใจที่จะศึกษาการสอนอัล-กุรอ่าน  จึงเข้าศึกษาที่ปอเนาะและกลับมาสอนอัล-กุรอานแก่ลูกท่าน โดยใช้หลักสูตร “บัฆดาดี”  พบว่าลูกของท่านเรียนหน้าลืมหลัง   

     ท่านจึงค้นหาหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้การเรียนการสอนอัล-กุรอานได้ผลและรวดเร็ว  จึงจัดทำหลักสูตรกีรออาตีที่เหมาะกับการพัฒนาการของผู้เรียน ซึ่งก็มีการพัฒนาหลักสูตรเรื่อยมา

     ท่านได้ใช้แบบฝึกอ่านอัลกุรอ่านที่มีทั่วอินโดนีเซียเป็นแนวทาง เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทีละหน้า ๆ แบบฝึกอ่านหน้าใดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง สามารถช่วยให้นักเรียนอ่านได้ง่ายและรวดเร็ว จะเก็บรวบรวมไว้ แบบฝึกอ่านหน้าใดทีมีผลสัมฤทธิ์ในเกณฑ์ต่ำ ไม่สามารถช่วยให้นักเรียนอ่านได้ดี  ท่านก็จะนำมาแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนา จนได้รับความพึงพอใจจนสามารถจัดเป็นหมวดหมู่และรวมเป็นรูปเล่ม ดังนี้
         
      1. แบบฝึกอ่านกีรออาตีสำหรับเด็กปฐมวัย
      2. แบบฝึกอ่านกีรออาตีสำหรับเด็กอายุ 4 - 6 ปี
      3. แบบฝึกอ่านกีรออาตีสำหรับวัยรุ่น
      4. แบบฝึกอ่านกีรออาตีสำหรับผู้ใหญ่
      5. แบบฝึกอ่านกีรออาตีสำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา
 

     การก่อตั้ง Tadika Al-Quran
     ผู้ริเริ่มก่อตั้ง Tadika Al-Quran แบบโรงเรียนประจำคนแรกในอินโดนีเซีย คือ ตวน ฆูรู ฮัจยี มุฮัมมัด (Al-Mukarram Tuan Guru Haji Muhammad) ที่เมืองเซอดายู กรีซีค (Sedayu Gresik) จ.ชวาตีมูร (Wilayah Jawa Timur) เมื่อปี 2508

     ปี 2509 อุซตาสฮัจยีดะฮฺลัน ได้ไปช่วยสอนอัลกุรอ่านแก่เด็กๆ ในสถาบันศึกษาปอเนาะ ใช้ระบบกีรออาตีสอนจนมีนักเรียนสนใจเข้าเรียนจำนวน 1,300 คน จากจังหวัดต่างๆ ในประเทศ และเริ่มต้นสอนแบบกีรออาตีอย่างจริงจังในช่วงต้นเดือน ก.ค. ปี 2509 โดยคาดหวังว่าภายในระยะเวลา 4 ปี นักเรียนสามารถอ่านอัล-กุรอ่านจบได้

     การกำหนดระยะเวลา 4 ปีนี้ เกิดจากการคิดคำนวนเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ นักเรียนที่จบภายในระยะเวลา 2 ปี โดยมีเวลาเรียนการอ่านอัล-กุรอ่าน วันละ 4 ชั่วโมง

     แต่ที่ Tadika AL-Quran ของอุซตาสฮัจยีดะฮฺลัน นักเรียนมีเวลาเรียนวันละ 1 ชั่วโมง โดยเรียนสัปดาห์ละ 6 วัน โดยจัดการเรียนรู้โดยใช้ระบบกีรออาตี

     ในการดำเนินการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว ได้ผลเป็นที่น่าพอใจเกินความคาดหมาย กล่าวคือ ภายในเวลา 7 เดือน นักเรียนส่วนใหญ่มีความสามารถในการอ่านอายัตสั้นๆ ได้เป็นอย่างดี

     เมื่อได้ผลเกินคาดเช่นนี้ ท่านจึงกำหนดความคาดหวังในการอ่านอัล-กุรอ่านจบ ใหม่ คือ จากภายใน 4 ปี เป็น 2 ปีแทน และเมื่อดำเนินการได้ 2 ปี นักเรียนจำนวน 20 คน สามารถอ่านอัล-กุรอ่านจบด้วยการอ่านอย่างถูกต้อง ชัดเจน และคล่องแคล่วตามหลัก Tajwid พร้อมกับสามารถอ่าน Gharib และคำที่มีปัญหาต่างๆ ได้

     จากความสำเร็จในการใช้ระบบกีรออาตีดังกล่าว ทำให้นักเรียนตาดีกาอายุประมาณ 6 ขวบ สามารถอ่านอัล-กุรอ่านได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ปกครองมีความสนใจจะส่งบุตรหลานมาเรียนอัล-กุรอ่านที่ Tadika Al-Quran ของอุซตาสฮัจยีดะฮฺลันเป็นจำนวนมาก ทั้งจากในเมืองเซอมารัง Semarang และผู้ที่อยู่รอบนอก

     พร้อมกันนั้นมีผู้สนใจจำนวนมากมาศึกษาดูงานการจัดการเรียนรู้การอ่านอัลกุรอ่านที่  Tadika Al-Quran จากทั่วทิศ และขยายผลไปทั่วประเทศอินโดนีเซียอย่างรวดเร็ว

     จากผลการใช้แบบฝึกอ่านกีรออาตีทำให้มีผู้เรียบเรียงแบบฝึกอ่านอัล-กุรอ่าน อีกมากมาย ระบบและเนื้อหาคล้ายคลึงกันมาก เพียงแต่ชื่อเท่านั้นที่แตกต่างกัน เช่น Igra, AL-Bargi, Al-Banjari, Al-Qolam, An-Nahdiyah, An-Nur และอื่นๆ อีกมากมาย
 
     สำหรับประเทศไทย กีรออาตีเริ่มต้นเข้ามาเมื่อปี 2538  ทำการสอนที่โรงเรียนตาดีกาในหมู่บ้านดาโต๊ะ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เป็นครั้งแรก เมื่อ 9  ก.ย.2546  โดยการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนอัล-กุรอานแห่งประเทศไทย